ประวัติศาลเจ้า

ศาลเจ้ากะทู้เดิมชื่อ ศาลเจ้ากิ๊วหองหยา ตั้งอยู่ หมู่ที่ 9 ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ เลขที่ 37/1 หมู่ที่ 4 ถนนวิชิตสงคราม ตำบลกะทู้ อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เรียกตามภาษาจีนว่า “ฉ้ายตึ๋ง” หมายถึงสถานที่ประกอบการกินผักอันศักดิ์สิทธิ์ของกิ๊วห๋องต่ายเต่ “ฉ้ายตึ๋ง” จึงเปรียบเสมือนพระราชวังของกิ๊วอ๋องต่ายเต่โดยเฉพาะ ไม่เหมือนกับศาลเจ้าอื่นๆ ที่มีอยู่ ซึ่งเป็นศาลเจ้ามีองค์พระอยู่ดั้งเดิมก่อน แล้วมาสร้างเป็นศาลเจ้ากินผักภายหลัง เมื่อเสร็จพิธีกินผักแล้ว ก็เป็นศาลเจ้าของเจ้าองค์เดิมต่อไป ศาลเจ้ากะทู้มีหล่าวเอี๋ย (เตี่ยนฮู้หง่วนโส่ย) ส่ำหม่งฮู่ (ส่ำฮู่ห๋องเอี๋ย) หลี้โหล่เฉี๊ยะ (ส่ามท่ายจื้อ) เป็นผู้กำกับดูแล เมื่อมีปัญหาอะไรที่เกิดขึ้นหรือจะทำอะไรเกี่ยวกับศาลเจ้า ก็ให้เชิญพระองค์ใดองค์หนึ่งเป็นผู้ชี้แจงปัญหาและคำสั่งใดๆที่ปรึกษาหารือออกมาแล้วต้องปฏิบัติตามคำสั่งนั้นอย่างเคร่งครัด

10801545_885515991461093_4856111186729815072_n

ประวัติความเป็นมาของศาลเจ้ากินผักกะทู้

ประเพณีกินผัก (เจี๊ยะฉ่าย) ศาลเจ้ากะทู้เริ่มขึ้นเมื่อไหร่ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัด แต่น่าจะเริ่มขึ้นราวปีพ.ศ. 2368 ประมาณ 180 ปีที่ผ่านมา ในสมัยที่พระยาถลาง (เจิม) มาเป็นเจ้าเมืองภูเก็ตที่บ้านเก็ตโฮ่ ซึ่งอดีตบ้านเก็ตโฮ่ เคยเป็นที่ตั้งเมืองภูเก็ตมาก่อน เนื่องจากบ้านตำบลกะทู้อุดมไปด้วยแร่ดีบุกมากมาย ในช่วงนั้นประเทศไทยได้ทำการค้าขายแร่ดีบุกกับประเทศโปรตุเกส ฮอลันดา อังกฤษ จึงมีการทำแร่ดีบุกอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ที่ตำบลกะทู้ จึงมีคนจีนมากมายเดินทางมาประกอบอาชีพทำเหมืองแร่ดีบุก ที่ตำบลบ้านกะทู้ ทุ่งทอง เก็ตโฮ่ และตำบลใกล้เคียง คนจีนเหล่านั้นได้นำเอาขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และความเชื่อเกี่ยวกับเทพเจ้า บรรพบุรุษ เทพเจ้าประจำตระกูลเข้ามานับถือด้วยความศรัทธา และตั้งรกรากถิ่นฐานที่หมู่บ้านกะทู้ พวกจีนบางกลุ่มได้ประพฤติตนไม่เหมาะสม รวมตัวกันเป็นโจรอั้งยี่ ปล้นฆ่าผู้คนทะเลาะเบาะแว้งกันเอง เนื่องจากการแย่งสายน้ำในการทำเหมืองแร่ โจรจีนอั้งยี่ได้แบ่งเป็น 2 พวก คือ พวกยี่ปุ้นเถ๋าก้ง กับพวกยี่หิ้นเกี้ยนเต็ก ในช่วงที่คนจีนมาตั้งถิ่นฐานทำเหมืองแร่ที่ตำบลกะทู้ ได้มีคณะงิ้วเดินทางมาจากประเทศจีน มาแสดงงิ้วอยู่ที่บ้านกะทู้เป็นระยะเวลานาน เพราะมีคนจีนมากมายสนับสนุนเข้าชมงิ้วคณะนี้ ต่อมาพวกที่เล่นงิ้วพากันเจ็บไข้ได้ป่วย และคนจีนที่ทำเหมืองก็พากันไม่สบาย หัวหน้าคณะงิ้วนึกขึ้นได้ว่ามาอยู่บ้านกะทู้เสียนาน จนลืมทำพิธีเจี๊ยะฉ่าย (กินผัก) ซึ่งเคยปฏิบัติติดต่อกันมานานทุกปีที่ มณฑลกังไส ประเทศจีน ครั้นจะกลับไปก็ไม่ทันเนื่องจากระยะเดินทางไกลมาก จึงตัดสินใจทำพิธีกินผักอย่างง่ายๆ บนโรงงิ้ว ต่อมาโรคภัยไข้เจ็บ ก็ค่อยทุเลาหายไป ทำให้ชาวกะทู้เกิดความเลื่อมใสศรัทธา คณะงิ้วยังบอกว่าการเชิญเทพเจ้ามาคุ้มครองเป็นสิ่งที่ดีและควรจะประกอบพิธีถือศีลกินผักด้วยจึงจะดี ชาวกะทู้จึงได้ทำพิธีกินผักตั้งแต่นั้นมา ก่อนที่พวกงิ้วจะจากไปก็ได้มอบรูปพระ กิ่มซิ้น หล่าวเอี๋ยส่ามฮู่ห่องเอี๋ย ส่ามไท่จื้อ ไว้ใช้ประกอบกินผัก และแนะนำพิธีกรรมในการกินผักอย่างย่อๆให้ และบอกว่าพิธีกินผักที่กังไส ประเทศจีนจะเริ่มต้นตั้งแต่เดือน 9 ของทุกปี โดยจะเริ่มจากวันขึ้น 1 ค่ำ ไปจนถึง วันขึ้น 9 ค่ำ รวม 9 วัน 9 คืน ซึ่งชาวกะทู้ได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดมาจนถึงปัจจุบัน การกินผักจึงเริ่มขึ้นครั้งแรกที่บ้านกะทู้นั่นเอง

ต่อมามีท่านผู้รู้ชาวจีนที่ไม่ปรากฏนามเห็นการประกอบพิธีกินผักของชาวกะทู้ไม่ค่อยจะถูกต้องนัก และบอกแก่ชาวจีนตำบลกะทู้ว่า ถ้าจะทำให้ถูกต้องจะต้องทำตามแบบฉบับของฉายตึ๋ง มณฑลกังไสประเทศจีน และรับอาสาจะไปอัญเชิญเหี้ยวโห้ย (ธูปศักดิ์สิทธิ์) องค์ประกอบของพิธี และตำราพิธีกรรมต่างๆมาให้ แต่การเดินทางต้องใช้เงินมาก ตนมีเงินไม่พอ ชาวจีนที่กะทู้นำโดยหลวงอำนาจ นรารักษ์ ได้รวบรวมเงินจากผู้มีจิตศรัทธาให้แก่ชาวจีนผู้นั้นไว้ใช้ในการเดินทางไปประเทศจีนเพื่อทำหน้าที่ดังกล่าว

2-3 ปีที่ผ่านมาขณะที่ชาวจีนประกอบพิธีกินผักอยู่นั้นในคืน 7 ค่ำ (เก้าโง๊ยโฉ่ยฉีด) ตามปฏิทินจีน ตกเวลาตอนกลางคืน คนจีนที่รับอาสาไปเชิญธูปศักดิ์สิทธิ์ และเฉี้ยเหี่ยวเอี๊ยนมานั้น ได้เดินทางมาทางเรือ ถึงที่ท่าเรือบางเหนียว ได้แจ้งข่าวให้ชาวจีนที่กะทู้ไปรับผงธูปศักดิ์สิทธิ์ สร้างความปลื้มปิติให้แก่คนบ้านกะทู้และชาวจีนเป็นอย่างมากจึงได้จัดเตรียมขบวนแห่ไปรับอย่างโกลาหลอลหม่านในวันรุ่งขึ้น (เก้าโง๊ยะโฉ่ยโป๊ยะ) เพื่อเดินทางมาอัญเชิญธูปศักดิ์สิทธิ์ ไปประกอบพิธีกินผักอย่างถูกต้องตามแบบฉบับของกังไส ซึ่งศาลเจ้ากะทู้ได้ปฏิบัติตามแบบฉบับที่ถูกต้องเรื่อยมาจนตราบปัจจุบัน และจัดให้มีขบวนแห่พระอย่างสวยงามมาทำพิธีที่สะพานหินในวันที่ 8 ของพิธีกินผักทุกๆปีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

สถานที่ประกอบพิธีกินผักครั้งแรกอยู่ที่ข้างบ้านนายไฮ้ไซ้ ต่อมาศาลเจ้ากินผักคับแคบและทรุดโทรมลงมาก คณะกรรมการศาลเจ้าได้เรี่ยรายเงินสร้างใหม่ มีผู้บริจาคที่ปรากฏนามประมาณ 90 ท่านตามบันทึกที่สลักบนแผ่นไม้ที่ศาลเจ้าจนถึงปัจจุบัน ต่อมาศาลเจ้ากะทู้ทรุดโทรมลงอีก คหบดีชาวกะทู้ผู้มั่งคั่ง เช่น นายจิ้นหลาย ตันติวิท นายลิ้มหยอง นายอิ้วก้อง ยงสกุล เป็นต้น ได้สละทรัพย์และเรี่ยไรร่วมสมทบทุนสร้างขึ้นใหม่ในที่ปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2490 ต่อมาศาลเจ้าได้ทรุดโทรมลงอีก คณะกรรมการศาลเจ้าจึงได้จัดสร้างขึ้นใหม่บนที่เดิม มีผู้ใจบุญได้บริจาคที่ดินเพิ่มเติมให้แก่ศาลเจ้า ทำให้บริเวณศาลเจ้ากว้างขึ้นกว่าเดิม ผู้ใจบุญเหล่านั้นคือ นายแดง – นางส่วนตี่ รักเหย้า นายเบ่งฮก, เบ่งอ้าน, เบ่งปู้น, ยิ่นเต้ง, นางลุ้ย เจริญผล และได้มีผู้ใจบุญบริจาคทรัพย์เพื่อสมทบทุน สร้างศาลเจ้าหลังใหม่ ทางศาลเจ้ากะทู้ได้บันทึกรายชื่อไว้บนป้ายหน้าศาลเพื่อเป็นเกียรติสืบไป

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ศาลเจ้ากะทู้ 2556